Volunteer-lawyer-role

ในกระบวนการยุติธรรม หนึ่งปัจจัยที่สำคัญอย่างมากของทั้งโจทก์ และ จำเลยในการแก้ต่าง หาคำตอบ หลักฐาน พยานมาหักล้าง และสนับสนุน ของฝั่งตัวเอง นั่นก็คือ ทนาย พวกเค้าเปรียบได้กับตัวแทนของเราในการต่อสู้คดี ซึ่งการต่อสู้คดีจึงจำเป็นต้องมีการจ้างทนายขึ้นมาเพื่อจัดการเรื่องๆ ต่างตามกฎหมาย แต่หากเราไม่มีเงิน เราจะไปจ้างทนายได้อย่างไร

ทนายอาสา

ในกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีความสามารถในการจ้างทนายได้ ศาลจะมีทางออกให้กับทุกฝ่าย นั่นก็คือ การใช้บริการทนายอาสา เข้ามาช่วยเหลือแทน ซึ่งทนายอาสาหมายถึงทนายความที่จะทำหน้าที่บริการประชาชนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยพวกเค้าจะให้บริการตั้งแต่การให้คำปรึกษาการเดินเรื่องตามลำดับขั้นของกระบวนการยุติธรรม

คุณสมบัติขอความช่วยเหลือ

แม้ว่าทนายอาสาจะเป็นรูปแบบการให้บริการประชาชนทางหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะกรูกันเข้าไปขอความช่วยเหลือกันหมดได้ หากเป็นแบบนั้นคนที่ขาดแล้วต้องการความช่วยเหลือจริงๆ จะไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย จึงต้องมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอความช่วยเหลือด้วย โดยมีเงื่อนไขสองประการ หนึ่งผู้ร้องขอจะต้องเป็นผู้ยากไร้ไม่มีเงินจ้างทนายความจึงต้องมาทางเลือกนี้ สองจะต้องไม่ได้รับความเป็นธรรมในคดี หรือ กระบวนการยุติธรรมนั้น

ทนายว่าความ

อย่างที่เกริ่นไปว่า ทนายอาสา พวกเค้าจะนั่งอยู่ที่ศาลตามเวรของพวกเค้าเอง เราสามารถเข้าไปขอรับคำปรึกษาได้ฟรี แต่ไม่สามารถขอให้เค้ามาขึ้นว่าความได้ หรือแม้แต่ทนายมาติดต่อทีหลังเพื่อขอว่าความเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน มันผิดข้อบังคับ แต่หากเราไม่พร้อมในการหาค่าใช้จ่ายเพื่อจ้างทนายมาว่าความในชั้นศาลได้ ทนายอาสา ถือว่าเป็นตัวกลางสำคัญเลย เนื่องจากเค้าจะสามารถส่งคำร้องของเราไปยังสภาทนายความ เพื่อส่งเรื่องแต่งตั้งทนายอาสาขึ้นว่าความให้กับเราได้ด้วย

คดีอาญา

อีกหนึ่งกรณีที่ศาลจะปรานีช่วยเหลือเราตั้งทนายความขึ้นมาได้ก็คือ หากเราตกเป็นจำเลยในคดีอาญา แล้วเราไม่มีทนายความมาแก้ต่างให้ ซึ่งอาจจะทำให้ข้อกล่าวหาของเราเป็นจริงได้ ทางศาลเลยมีข้อกำหนดขึ้นมาว่าหากจำเลยคดีอาญาไม่มีทนาย จะสามารถให้ศาลแต่งตั้งทนายความมาช่วยได้ เราเรียกกรณีนี้ว่า ทนายขอแรง

จากที่บอกกล่าวมาจะเห็นว่า ทนายอาสา เป็นตัวแปรสำคัญมากในระบบกระบวนการยุติธรรม หากเราไม่มีเงิน หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็สามารถเขียนคำร้องไปขอแต่งตั้งทนายอาสาจากสภาทนายความได้ ซึ่งตัวทนายเองหากเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว เค้าก็จะได้รับเงินรางวัล ตามที่กระทรวงกำหนดไว้ด้วย โดยเราไม่ต้องออกเงินสักบาท (แต่ค่าธรรมเนียมศาล หรือ ค่าธรรมเนียมอย่างอื่น) เราอาจจะต้องออกเพิ่มด้วยนะ